ยางโดนตะปู ปะแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียแต่ละวิธี

ยางโดนตะปู ปะแบบไหนดี

ยางโดนตะปู ปะแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียแต่ละวิธี

อาจจะมีหลายคนที่ต้องเคยเจอกับเหตุการณ์ที่รถเหยียบตะปู ยางโดนตะปู ซึ่งก็ทำให้หลายคนก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดี และบางคนก็เลือกที่จะดึงตะปูออกเอง ซึ่งถ้าหากว่าโชคดียางก็อาจจะไม่แบน ไม่รั่ว ไม่เป็นอะไรเลย แต่บางถ้าดึงตะปูออกมาแล้วยางรั่ว ยางแบน และไม่สามารถขับต่อไปได้ เราแนะนำว่าไม่ต้องตกใจ ต้องใจเย็น เพราะมีวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายและปลอดภัย ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของตะปูที่ตำที่ยาง

  • กรณีที่ตะปูสั้น ถือว่าโชคดีไปครับ เพราะตะปูสั้นไม่สามารถฝังลึกลงไปในยางได้ เมื่อเห็นตะปูสั้น ให้ดึงตะปูออกมาเลยครับ ไม่ต้องกลัวว่ายางจะแบน เพราะยางมีชั้นผ้าใบที่ทำหน้าที่ป้องกันการรั่วของลม หลังจากดึงตะปูออกมาแล้ว ให้เช็คแรงลมของยาง ถ้าไม่แบนมาก ให้เติมลมเพิ่มเล็กน้อย แล้วขับไปปะยางได้เลย
  • กรณีที่ตะปูยาว ถือว่าเป็นสถานการณ์วิกฤติครับ เพราะตะปูยาวสามารถฝังลึกเข้าไปในชั้นผ้าใบของยางได้ เมื่อเห็นตะปูยาว อย่าเพิ่งดึงตะปูออกมาเลยครับ เพราะจะทำให้ลมรั่วซึมออกมาจากช่องที่ตะปูเจาะ เสียการทรงตัวของรถ และเสี่ยงการแบนขอบ
    • กรณีที่ไม่มียางสำรอง ให้ขับเคลื่อนไปช้าๆ เพื่อประคับประคองให้ถึงร้านปะยางที่ใกล้ที่สุดให้ได้ โดยการบังคับพวกมาลัยช้าๆ แต่มั่นคง เบรกอย่างระมัดระวังและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าล้อหน้าเกิดแตกขึ้นมา แต่ล้อหลังยังพอใช้ได้ให้ขับโดยการลดเกียร์ จะสามารถทุเลาได้ ในทางกลับกันที่ล้อหน้าใช้งานได้ ให้ทำเพียงเบรกเบาๆ เท่านั้น เพราะการลดเกียร์ต่ำจะทำให้ล้อหน้ากระตุกและเสียการทรงตัว
    • กรณีที่มียางสำรอง ให้ค่อยๆ ขับช้าๆ หลบเข้าข้างทาง แล้วทำการเปลี่ยนอะไหล่ เมื่อเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว ให้เช็คแรงลมของยางสำรองว่าพอใช้ได้หรือไม่ ถ้าไม่พอให้เติมลมเพิ่ม เพื่อป้องกันการแบนขอบ
เพิ่มเพื่อน
ร้านปะยางใกล์ฉัน

ปะยางรถแบบไหนดี? เจาะลึก 3 เทคนิค แทงไหม สตรีมร้อน สตรีมเย็น

สำหรับเวลาที่ ยางโดนตะปู ปะแบบไหนดี? ในไทยจะมีที่นิยม 3 แบบ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป เราจะพาไปเจาะลึกถึง 3 เทคนิคการปะยางรถยอดนิยม ได้แก่ การปะยางแบบแทงไหม หรือ แทงตัวหนอน , ปะยางแบบสตรีมร้อน และการปะยางแบบสตรีมเย็น เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีปะยางรถได้อย่างเหมาะสม

การปะยางแบบแทงไหม

การปะยางแบบแทงไหม หรือ แทงตัวหนอน นั้นถือเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เหมาะสำหรับการปะยางรูรั่วขนาดเล็ก วิธีการคือการใช้เข็มแทงทะลุผ่านรูรั่วเข้าไปด้านใน จากนั้นจึงนำไหมยางหรือเส้นใยสังเคราะห์มาอุดรูรั่วให้สนิท ขั้นตอนนี้อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้รูรั่วปิดสนิท

ข้อดีของการปะยางแบบแทงไหม

ข้อดีของการปะยางแบบแทงไหมคือ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและราคาไม่แพง 

ข้อเสียของการปะยางแบบแทงไหม

ข้อเสียคือ มีความคงทนน้อยกว่าการปะยางด้วยวิธีอื่น ๆ และอาจเกิดการรั่วซึมซ้ำได้

การปะยางแบบสตรีมร้อน

สำหรับการปะยางที่ได้รับความนิยมในเวลาที่ ยางโดนตะปู ปะแบบไหนดี ต้องบอกเลยว่าการปะยางแบบสตรีมร้อน เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและคงทนกว่าการปะยางแบบแทงไหม เหมาะสำหรับการปะยางที่มีรูรั่วทุกขนาด แต่ต้องไม่ใหญ่เกินไป 

ข้อดีของการปะยางแบบสตรีมร้อน

ข้อดีของการปะยางแบบสตรีมร้อนคือ มีความคงทนสูง สามารถใช้งานได้นาน สามารถซ่อมแซมรูรั่วได้ทุกขนาด 

ข้อเสียของการปะยางแบบสตรีมร้อน

ข้อเสียคือ ใช้เวลาในการปะยางนานกว่าการปะยางแบบแทงไหม และอาจต้องถอดล้อออกเพื่อทำการปะยาง

การปะยางแบบสตรีมเย็น

การปะยางแบบสตรีมเย็นเป็นวิธีที่คล้ายกับการปะยางแบบสตรีมร้อน เพียงแต่ใช้ความร้อนจากกาวแทนความร้อนจากเครื่องสตรีม วิธีนี้มีความคงทนไม่ต่างจากการปะยางแบบสตรีมร้อน แต่ใช้เวลาในการปะยางนานกว่าการปะยางแบบแทงไหม และอาจต้องถอดล้อออกเพื่อทำการปะยาง

ข้อดีของการปะยางแบบสตรีมเย็น

ข้อดีของการปะยางแบบสตรีมร้อนคือ มีความคงทนสูง สามารถใช้งานได้นาน สามารถซ่อมแซมรูรั่วได้ทุกขนาด

ข้อเสียของการปะยางแบบสตรีมเย็น

ข้อเสียคือ ใช้เวลาในการปะยางนานกว่าการปะยางแบบแทงไหม และอาจต้องถอดล้อออกเพื่อทำการปะยาง

สรุป

การปะยางรถทั้ง 3 แบบมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป การเลือกวิธีการปะยางที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของรูรั่ว สภาพยาง และงบประมาณของคุณ หากคุณต้องการความสะดวกและรวดเร็ว การปะยางแบบแทงไหมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากคุณต้องการความทนทานและการป้องกันการรั่วซึมซ้ำ การปะยางแบบสตรีมร้อนหรือสตรีมเย็นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า